Trichomes คืออะไร ? Trichomes เป็นโครงสร้างที่พบได้บ่อยในช่อดอกของพืชกัญชา มีลักษณะเป็นขนสีขาวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พวกเขามักจะเป็นรูปร่างคล้ายกับดอกเห็ด และเป็นจุดสำคัญที่ใช้เก็บสารสำคัญในพืชกัญชา เช่น THC และ CBD ไว้ยืนที่สุด

สารไตรโคม (Trichomes) คืออะไร ?

สารไตรโคม (Trichomes) เป็นโครงสร้างที่พบได้บ่อยในพืชชนิดต่างๆ รวมทั้งในพืชกัญชาด้วย แต่สำคัญที่สุดในที่นี้คือในพืชกัญชา โดย Trichomes คือกลุ่มขนขนาดเล็กที่อยู่บนผิวใบ ยอดของกลีบดอก หรือส่วนต่างๆของพืช ลักษณะของ Trichomes มักจะเป็นเส้นใยหรือขนที่มีลักษณะเด่นเป็นจุดสีขาวหรือโปร่งใส เป็นส่วนที่สำคัญในการสร้างสารเคมีที่มีประโยชน์ในพืช อย่าง THC และ CBD ในพืชกัญชา

ไตรโคม ไม่ได้มีเฉพาะในพืชดัญชาหรือกัญชง แต่ยังมีในพืชอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน โดยไตรโคมช่วยปกป้อง พัฒนาสุขภาพ และการสร้างผลิตผลของพืชชนิดนั้นๆ เช่นใน กัญชา หรือ กัญชง ไตรโคม จะมีกลิ่นที่ฉุนรุนแรง และมีรสขม มีหน้าที่ไล่แมลง สัตว์ และสิ่งไม่มีชีวิตอื่นๆ ที่สามารถทำอันตรายต่อพืชได้ และยังมีหน้าที่ป้องกันดอก และใบ จากแสง UV รวมถึงลดการเสียดสีของลมด้วยเช่นกัน

ไตรโคมของกัญชานั้นจะเป็นส่วนผลิตสารตั้งต้น (precursors) ของสารแคนนาบินอยด์มากกว่า 200 ชนิด โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก

  1. สารกลุ่มแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ที่เราคุ้นเคยกันก็จะมี CBG CBD THC CBN ซึ่งสารเหล่านี้มีผลต่อการเสริมสร้างซ่อมแซมระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ที่อยู่ในร่างกายให้เกิดภาวะสมดุลย์
  2. สารกลุ่มเทอร์พีน (Terpenes) สารให้รสชาติและกลิ่น เป็นตัวเสริมให้สารแคนนาบินอยด์มีฤทธิ์เป็นทวีคูณ และกระตุ้นให้หลั่งสารสื่อประสาทต่างๆ
  3. สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) สารอาหารเสริมธรรมชาติที่ปรกติแล้วเป็นส่วนที่ให้สี รสชาติและกลิ่น หรือถ้าเจาะจงในพืชตระกูลกัญชาเรียกว่า แคนนาฟลาวินส์ ออกฤทธิ์คล้ายสารฮอร์โมน และแสดงผลในด้านการรักษาอาการอักเสบหรือสรรพคุณอื่นคล้ายสารกลุ่มแคนนาบินอยด์

Trichomes คืออะไร

สารกลุ่มแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids)

สารกลุ่มแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) เป็นกลุ่มของสารเคมีที่พบได้ในพืชกัญชา (Cannabis) ซึ่งมีผลกับร่างกายมนุษย์ผ่านระบบประสาท endocannabinoid ซึ่งประกอบด้วยสารออกฤทธิ์หลายชนิด แต่สองสารที่มีการศึกษาและจำได้ดีที่สุดคือ Tetrahydrocannabinol (THC) และ Cannabidiol (CBD) โดย THC เป็นสารที่ทำให้เกิดความมึนเมาและมีผลกระทบต่อจิตใจ ในขณะที่ CBD เป็นสารที่มีคุณสมบัติที่มีประโยชน์ในการบรรเทาอาการปวดและอักเสบ และมีผลบังคับต่อ THC ให้ไม่มีผลมึนเมาได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมี Cannabinol (CBN) และ Cannabigerol (CBG) ซึ่งเป็นสารที่มีบทบาทในการสร้างสารอื่นๆในพืชกัญชาด้วย นอกจากนี้ได้มีการสังเคราะห์สารที่เป็นอนุพันธ์ของสาร THC ขึ้นมาใหม่อีกหลายชนิด รวมถึงการค้นพบกลไกการออกฤทธิ์ของสารในกลุ่มนี้

  • THC : เป็น psychoactive compound ซึ่งส่วนใหญ่จะจับกับ cannabinoid receptors ซึ่งพบอยู่ 2 กลุ่มหลักคือ CB1 และ CB2 โดย CB1 จะพบมากที่ (1) ระบบประสาทส่วนกลาง (Central nerve system) โดยเฉพาะในส่วน basal ganglia, hippocampus, cerebellum และ cortex ซึ่งสะท้อนกลไกการเกิด psychotropic effect ของ THC ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในสารสกัดกัญชา และ (2) ในระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral nerve system) ในขณะที่ CB2 receptors จะพบที่เนื้อเยื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Immune system)4,5 ดังนั้นจึงมีผลต่อ ความอยากอาหาร การย่อยอาหาร อารมณ์ ความรู้สึก ความจำ การเรียนรู้ และพฤติกรรม นอกจากนี้ยังมีการค้นพบว่าอาจมี receptors อื่นๆ ที่อาจมาทำหน้าที่เช่นเดียวกับ cannabinoids receptors
  • CBD : มีความสามารถในการจับกับ CB1 และ CB2 receptors แบบโดยตรงได้เพียงเล็กน้อย แต่มีลักษณะเป็น negative allosteric modulator กับ CB1 receptor ซึ่งส่งผลกับการทำงานกับ receptors อื่นๆ ทำให้สามารถลดอาการปวด อาการอักเสบ และลดความกังวลได้ การค้นพบกลไกการออกฤทธิ์ของสารกลุ่มนี้ รวมถึงการค้นพบ endocannabinoids ซึ่งเป็น endogenous agonists ของ cannabinoids receptors เช่น N-arachidonoyl-ethanolamine (AEA; anandamide) และ 2-arachidonoylglycerol (2-AG)5 ทำให้มีความเข้าใจในกลไกการออกฤทธิ์ของสารกลุ่มนี้รวมถึงผลข้างเคียงมากยิ่งขึ้น และมีการนำมาวิจัยเพื่อประโยชน์ในการรักษาอาการหรือโรคต่างๆ อาทิ อาการปวดเรื้อรัง ปลอกประสาทเสื่อม มะเร็ง โรคลมชัก อาการวิตกกังวล และช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร  ความผิดปกติด้านการนอน  ต้อหิน โรคโครห์นและลำไส้อักเสบ โรคพาร์กินสัน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคสมาธิสั้น (ADD) และภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) ซึ่งแต่ละอาการ ก็มีระดับการตอบสนองที่แตกต่างกัน ผู้ใช้จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

สารกลุ่มเทอร์พีน (Terpenes)

สารกลุ่มเทอร์เพน (Terpenes) เป็นสารหลากหลายชนิดที่พบในพืชทั่วไปไม่เฉพาะเพียงพืชกัญชา (Cannabis) เทอร์เพนมักจะมีกลิ่นหอมที่ต่างกันไปตามแต่ละชนิดของพืช ซึ่งส่วนใหญ่มักถูกพบในน้ำมันหอมระเหยของพืช เทอร์เพนมีคุณสมบัติทางการแพทย์และกลิ่นหอมที่มีผลต่อรสชาติและกลิ่นของพืช ในพืชกัญชาเทอร์เพนมีบทบาทสำคัญในการสร้างกลิ่นหอมและรสชาติที่พิเศษของพืช นอกจากนี้เทอร์เพนยังมีบทบาทในการกระตุ้นประสาทและการบำบัดในร่างกายมนุษย์ การทดลองและการศึกษาในทางการแพทย์กำลังศึกษาเพื่อค้นหาศักยภาพทางการแพทย์ของเทอร์เพนในการรักษาภาวะสุขภาพต่างๆ ในอนาคต

การพัฒนากลุ่มสารเทอร์พีน ในพืชกัญชา เริ่มต้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการแผ่ขยายพันธุ์ มีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อการพัฒนาของสารเทอร์พีน ซึ่งรวมถึงสภาพอากาศ อายุ และการเจริญเติบโตเต็มที่ ชนิดของปุ๋ย ชนิดของดิน หรือแม้แต่ช่วงเวลาของวัน ก็มีผลต่อสารเทอร์พีน สารเทอร์พีน มีมากกว่า 100 ชนิดที่แตกต่างกันที่ถูกระบุในพืชกัญชา โดยสายพันธุ์ทุกชนิดมีแนวโน้มที่จะมีชนิดมีแนวโน้มที่จะมีชนิดและองค์ประกอบของสารเทอร์พีน ที่มีลักษณะเด่น และมีความเป็นพิเศษเฉพาะ

Trichomes คืออะไร

สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)

ฟลาโวนอยด์ (flavonoid) เป็นสารประกอบฟินอล (phenolic compounds) ประเภทพอลิฟีนอล (polyphenol) มีสูตรโครงสร้างทางเคมีเป็นวงแหวนแอโรมาติก (aromatic ring) ที่มีจำนวนหมู่ไฮดรอกซิล (hydroxyl group) รวมอยู่ในโมเลกุล ตั้งแต่ 2 วงขึ้นไป สามารถละลายในน้ำได้ ส่วนใหญ่มักพบอยู่รวมกับน้ำตาล ในรูปของสารประกอบไกลโคไซด์ (glycoside) สารประกอบ flavonoids ได้แก่ flavonol, flavonone, flavone, isoflavone, flavonol catechin และ anthocyanins

สารฟลาโวนอยด์ที่พบในพืช

  • naringin เป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่ให้รสขมในเปลือกของผลไม้พืชตระกูลส้ม (citrus fruit)
  • catechin พบในใชชาพบมากในชาเขียว

สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ จัดเป็น nutraceutical มีสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) โดยทำหน้าที่ในการหน่วงเหนี่ยวหรือเป็นสารต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) จึงช่วยหยุดปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระได้ โดยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ส่วนหนึ่งชี้ว่าการได้รับสารชนิดนี้ในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยป้องกันโรคได้หลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง เป็นต้น จึงอาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพได้อย่างดี 

แหล่งของอาหารที่พบฟลาโวนอยด์มาก ได้แก่ พืช ผักและผลไม้ เช่น ยอ ถั่วเหลือง กระชายดำ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น รวมทั้งเครื่องดื่มต่างๆ เช่น ชา และไวน์ เป็นต้น

กัญชา (Cannabis) ฟลาโวนอยด์มักถูกพบในร่องรอยของเมล็ดพันธุ์ ใบ และดอก ซึ่งมีผลต่อกลิ่นหอมและรสชาติของพืช ฟลาโวนอยด์ที่พบในกัญชาอาจมีบทบาทในผลกระทบทางการแพทย์และส่งผลต่อประสิทธิภาพของสารสำคัญอื่น ๆ ที่พบในพืชนี้ เช่น สาร Cannabinoids และ Terpenes ซึ่งการศึกษาเพิ่มเติมในการทดลองและการสำรวจของฟลาโวนอยด์ในกัญชากำลังดำเนินอยู่เพื่อให้เข้าใจถึงสมบัติทางสารสนเทศและคุณลักษณะอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการใช้งานทางการแพทย์และสุขภาพของกัญชาได้ดียิ่งขึ้น

กล่าวโดยสรุปคือ สารไตรโคม (Trichomes) เป็นโครงสร้างที่ปรากฏบนพืชกัญชา มักพบได้ในช่อดอกของพืช โดยมีลักษณะเป็นขนเล็กๆ สีขาว ซึ่งมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ส่วนสำคัญของ Trichomes คือการเก็บสารสำคัญของพืชไว้ ไม่ว่าจะเป็นสาร Cannabinoids หรือ CBD (Cannabidiol) และ THC (Tetrahydrocannabinol) ซึ่งเป็นสารที่มีผลกระทบต่อคุณภาพและคุณลักษณะทางกายภาพของกัญชา เช่น มีผลในการเสริมสร้างคุณสมบัติทางการแพทย์และส่งผลต่อประสิทธิภาพของสารสำคัญอื่น ๆ ในพืชกัญชาด้วยกัน ทำให้ Trichomes เป็นส่วนสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้กัญชาแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะของตนเอง